จะเขียนหลายวันแล้ว แต่ยังไม่มีเวลามากพอ เลยค่อยๆเคาะออกมาจากสมอง
ต้องบอกก่อนเลยว่า จบมหาลัยรัฐบาลแถบทะเลห่างจากกรุงเทพฯไม่มากไม่น้อย พอประมาณ
บริษัท หรืออะไรบางอย่าง หรือขั้นตอนลึกๆขอข้ามๆ เพราะมันอาจจะไม่ดีนักถ้ามาบอกกันโจ่งแจ้งอะไรไป
 
บอกก่อนเลยว่าที่เขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมา แค่บันทึกความทรงจำ ไม่ได้โชว์พาวอะไรแต่อย่างใด หลายๆครั้งมันเป็นเรื่องของโอกาส เรื่องของดวง ด้วย

 
ถึงกับต้องรีวิว คิ เอาจริงๆ ไม่ใช่บริษัทเองที่เลือกคนได้ เราเองก็มีสิทธิ์เลือก ยิ่งการสัมภาษณ์บางทีก็ไม่ได้รับประกันว่า เข้าไปแล้วมันจะดีเหมือนที่สัมภาษณ์ หรือบางครั้งก็ใช่ว่าจะได้ทำงานกะคนที่สัมภาษณ์ และการจะได้งาน มันก็อยู่ที่โอกาส ดวง และความพอใจของทั้งสองฝ่ายทั้งบริษัทและคนที่จะเข้าไปทำงานเอง
คือ ถ้าเลือกไม่ได้แล้วต้องทนฝืนทำในสิ่งที่มันไม่ใช่ มันก็แย่นะ หรือบางทีเราอยู่บริษัทนี้แล้วแย่ อาจเพราะเราไม่ได้แย่ หรือไม่ใช่ว่าเราไม่เก่ง เพียงแต่เราไม่เหมาะกับที่นี้อาจจะเหมาะกับที่อื่นก็ได้
 
เลยเขียนสรุปเรื่องขำๆ ที่เคยสัมผัสมา เผื่อใครผ่านมาอ่าน หรือมีความเห็นหรือมีอะไรแปลกๆ ก็เม้นหรือถามได้จ้า เผื่อเอนทรี่นี้จะมีประโยชน์กับใครๆคนอื่นบ้าง
อันนี้ เป็นงานไอที ส่วนใหญ่ก็จะได้ทำเทสต์เยอะ ทั้งไอที ทั้งคำนวณ ตรรกะ ทั้งภาษาอังกฤษ ทั้งแอปติจูด เยอะแยะไปหมด ถือเป็นประสบการณ์ไปอีกแบบ
 
 
ประสบการณ์สัมภาษณ์งานครั้งแรก
ถ้าไม่นับสัมภาษณ์ตอนจะฝึกงาน กับสัมภาษณ์ตอนจะทำงานพาร์ทไทม์ นี่เป็นครั้งแรกกับการสัมภาษณ์หลังจากที่ส่งโปรเจคจบแล้ว
ตอนแรกบริษัท recruit (ซึ่งบริษัทแบบนี้จะมีเยอะมากโดยเฉพาะสายไอที) โทรมานัดให้มาสัมภาษณ์และทำเทสท์แล้วหลังจากนั้นก็นัดให้ไปสัมภาษณ์ที่บริษัทอีกทีซึ่งอยู่คนละที่ห่างกัน mrt 1 สถานี
วันที่ไปก็งงๆพอสมควรเพราะเพิ่งมาอยู่กรุงเทพแบบจริงจัง ไปทำเทสท์เสร็จ คะแนนผ่าน เลยได้สัมภาษณ์กะหัวหน้าผู้ชาย คือตอนแรกถามปกติทั่วไป มีชมว่าทำเทสต์ได้เยอะนะ สักพักบอกจะขออินเทอวิวภาษาอังกฤษ พ่นมาแบบไม่ได้ตั้งตัวแล้วพี่แกสำเนียงอินเดียมาก คือฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง งง ตอบไม่ได้ พี่แกพูดเลย ภาษาอังกฤษแย่นะ
แต่สุดท้ายก็รับ == ก็ได้ทำที่นี่
 
สัมภาษณ์งานครั้งที่สอง
ครั้งนี้หลังจากที่จะออกจากที่แรก จะหมดสัญญาแล้วอะไรแล้ว แล้วก็เปลี่ยนสายงานด้วยอะไรด้วย
แต่เป็นบริษัทคนไทย ก็ไม่มีไรมาก เราทำเทสต์ได้คะแนนเยอะเหมือนเคย แต่เรื่องพรีเซนต์ตัวเองทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ดูเหมือนเค้าไม่เชื่อที่เราทำคะแนได้เยอะ แล้วก็บอกว่าทำไมที่แรกได้เงินเดือนเยอะจัง ดูถูกบริษัทแรกพอสมควร ทั้งในเรื่องของการบริหารคนอะไรต่างๆ แต่ก็รับแหละ เพราะเราก้เห็นว่าเปลี่ยนสายงานจากเดิม เหมือนเริ่มใหม่กลายๆ ก็เงินเดือนเท่าคนจบใหม่ทั่วไปไรงี้ เพราะถ้านับจริงๆ ก็เพิ่งจบจริงๆมาแค่สองสามเดือนเอง
 
และแล้วมันก็มีครั้งต่อๆมา ที่เกิดขึ้นไม่นาน และ ไม่นานเลย ต่อๆมา
- เคยไปที่หนึ่ง แถวบีทีเอสอโศก ที่มีตึก 1 กะ 2 เวลาแลกบัตรจะได้บัตรมาแตะให้ช่องเปิดเพื่อไปเข้าลิฟต์ พอขึ้นไปถึง เป็นบริษัทเกี่ยวกับสินเชื่อ สีม่วงๆ ก็ให้รอนานพอสมควร แล้วสักพักก็ให้กรอกเอกสารมากมาย เยอะมาก แล้วก็มีอีกคนมาจากบริษัทrecruitที่เดียวกัน ไม่มีปากกาจ๊ะ เรากรอกเสร็จhrเลยมาขอยืมของเรา เราเข้าไปก่อน มีคนนั่งรออยู่สามคน ผู้ชายสองคนน่าจะเป็นหัวหน้าแผนกกะหัวหน้าทีมไรงี้ อีกคนคือ hr ผญ. โดนรุมถามนั่นนี่ แต่ดูท่าหัวหน้าทีมไม่ค่อยอยากรับเท่าไหร่ พูดจาไม่ดีใส่อีก (คือบางทีก็รู้สึกว่าโดนเหยียดเพศนะ เรื่องไอทีหรือโปรแกรมหลายคนมักคิดว่าผู้ชายทำได้ดีกว่าไรงี้) แถมผู้หญิงบอกทำงานเสาร์เว้นเสาร์นะ เราก็อึ้ง เค้าก็บอกทำท่าเหมือนไม่อยากทำนะ (คิดในใจ แต่ละคนไม่น่าร่วมงานอย่างแรง) แต่อีกคนดีมาก ถามนุ่มๆ ก็ยิ้มให้ไรงี้ แต่ก็คิดว่าไม่ได้แหละ พอออกมาแล้ว
 
- มีครั้งนึงเคยไปที่บริษัทที่มีแบรนด์เยอะๆแพงมากๆ หลายๆช๊อปติดๆกันในพารากอน ไปถึงเป็นตึกที่ติดกับโรงแรมห้าดาวเครือเดียวกัน ชื่อขึ้นต้น ป. ที่เกาหลีเคยมาพัก ตอนแลกบัตรมีดาราเดินออกมาจากฝัั่งโรงแรมด้วย สูงไม่แต่งหน้าจำไม่ได้เลยว่าใคร คิ แลกบัตรแข้งๆ ได้บัตรมา แล้วแตะเหมือนเดิม แต่ไม่มีกดลิฟต์ จะมีช่องอัตโนมัติบอกว่าลิฟต์ตัวไหนมา พอเข้าไป ไม่มีปุ่มชั้น ลิฟต์จะพาไปชั้นที่แจ้งไว้ตอนแลกบัตร เกร๋เว่อ พอออกมาก็เอาบัตรไปแตะๆ ก็จะบอกว่าลิฟต์ตัวเท่าไหร่ พอเข้าไปก็จะพาเราลงไปชั้นแรก
  พอขึ้นไปถึง ก็มีทำเทสต์ แล้วก็ออกมา พี่เค้าพาเข้าไปห้องเทสต์อีกรอบไปถ่ายรูปเจอคนมาสัมภาษณ์เหมือนกัน ใส่เสื้อกล้ามกางเกงแฟชั่นที่เค้าฮิตๆกันที่คล้ายเลคกิ้งแต่มันๆอ่ะ แต่งหน้าจัดมาก แบบงง นี่มาสัมภาษณ์หรอวะ แล้วก็ไปนั่งรอสัมภาษณ์ พี่hr เข้ามาสัมภาษณ์ คำถามแรกถามว่า มีแฟนหรือยัง? เงิบเลย ถามอะไรว่ะ ฮาาา แล้วเค้าก็ถามคำถามทั่วไป ทำที่ไหนอะไรมาบ้าง ถามเรื่องเงินเดือน อธิบายงาน อธิบายสวัสดิการต่างๆนานาถ้าได้ทำที่นี่ แต่ก็บอกว่าถ้าผ่านการพิจารณาถึงจะได้มาสัมภาษณ์กับฝั่งไอทีอีกทีนึง
 
- มีที่นึง ไปถึง ขึ้นไป เค้าถามว่า outsource หรอครับ คืองงเลย อ้าว นี่เป็นเอ้าซอสหรอ นึกว่าขายขาด คือแบบ ล่ะให้ทำเทสต์เหมือนเดิม แต่โหดมาก เพราะเป็นธนาคาร ทำผิดติดลบ ก็ทำไป ระหว่างทำ ได้ยินเค้าคุยกัน
เนี่ย งานนี้ใครทำ, ไอ้คนนั้นไม่ทำอยู่แล้ว ผมก็ไม่ทำนะให้เอ้าซอสทำละกัน, ยาก ปัญหาเยอะ ลูกค้าโหดเปลี่ยนไปมา, อือ ให้เอ้าซอสทำ ทุ่มไม่อั้น
พอเข้าไปสัมภาษณ์ 3 ต่อ 1 เหมือนเคย ตอนแรกก็เหมือนจะดี บอกเนี่ยรุ่นน้องไอ้... ก็ถามนั่นนี่ ให้เล่าการทำงานที่ผ่านมา เรื่องมาจบที่ว่า อธิบายการทำงานแบบเอ้าซอส แล้วถามเราว่า ทำได้มั้ย เราเลยบอก ถ้าเปลี่ยนไม่มาก ก็ทำได้ ตีระยะเวลาได้ แต่ถ้าเปลี่ยนไปมาต้องมาเริ่มใหม่ตลอดก็ไม่ไหว ทำไม่ได้ค่ะ เค้าก็บอก เราก็ต้องเข้าใจว่างานแบบนี้ บลา บลา เราก็ตอบไป บลา บลา แต่สื่อในเชิงว่า เอ้าซอสก็คนนะมาโยนงานที่ยากไม่อยากทำทำไม่ได้มาให้เอ้าซอส ทำให้ไม่ได้หรอก จบ รู้เลยว่าไม่ได้ นี่คือความจริงที่บรษัทrecruitที่ส่งเรามาไม่รู้ จุ๊ๆ คึ
 
- มีอีกที่ บริษัทเกี่ยวกับปกภ. อันนี้โหดมาก ทำข้อสอบไอทีสามอย่าง ทำข้อสอบวัดอีคิว เสร็จให้ลงไปกินข้าวแล้วให้กลับขึ้นมาทำเทสต์อีก ตอนเช้ามีผญ.มาพร้อมกัน กลับไปแล้ว ตอนบ่ายมีผช.มาอีก สมัครตำแหน่งอื่น มาแล้วกลับไปก่อน ทำไมตำแหน่งตรูโหดจังแว้ ทำเทสต์อีก เสร็จ เข้าไปสัมภาษณ์ รู้เลยhrอายุน้อยกว่า เค้าก็พยายามถามข้อมูลตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน ถามนั่นนี่ ที่เข้าใจว่าเค้าพยายามถามให้ครอบคลุมเพื่อไปเสนอเมเจเจอร์ที่จะตัดสินใจอีกที พอเสร็จ มาทำเทสต์ในคอมอีก เป็นลักษณะคล้ายที่ทำในpaperบ้าง แต่ก็มีภาษาอังกฤษมีคำนวณมีแอปติจูดอะไรไป ออกมา สี่โมง เบลอมากกกกกกก 
แล้วก็แจ้งบริษัทที่ส่งมา บอกว่า ไม่ผ่านนะ ก็งง ตอนแรกบอกว่าให้เราไปอีกวันไปสัมภาษณ์กับเมเนเจอร์ หัวหน้าอะไรเลย หลายคน แต่เราก็บอกว่า ถ้าภายในอาทิตย์นั้นไม่ได้หรอก เราลางานมา แล้วจะให้ลาอีก มันลำบาก เลื่อนๆออกไปหน่อยได้มั้ย เค้าก็ อ๋อ หรอคะๆ แล้วก็มาบอกว่าไม่ผ่าน ก็งงๆนะ ก็จบไป อันนี้บริษัทที่ส่งมาก็ไม่รู้ว่าเราตอบแบบนี้ เค้าคิดว่าได้ค่ะ นัดมาเลยค่ะ วันไหนได้หมด เหอออ ตลก งานตรูก็มี มาลางานอะไรถี่ๆ ตลกมาก
 
- มีอีกที่ บริษัทมีชื่อทางด้านฮาร์ดแวร์ ตอนเช้าต้องเข้าไปทำเทสต์ที่ตึกใหญ่ติดบีทีเอส พอทำเสร็จเศร้ามาก ทำเยอะ เวลาจำกัด ทำไม่ทัน ทำผิดติดลบ เครียด แล้วเยอะ หลายอย่าง ยิ่งภาษาอังกฤษเยอะเวลาจำกัด คะแนนออกเลย นั่งเศร้า ได้น้อยกว่าตอนสอบโทอิคอีก นั่งมองคะแนนแล้วจะร้องไห้ ทั้งรน ทั้งฟังไม่ออก ทั้งมั่วกลัวไม่ทัน พอเสร็จ เค้าก็ให้ถือซองคะแนนสอบ เอกสารต่างๆเกี่ยวกับเราไปสนง.ใหญ่ของธนาคารที่บริษัทนี้ไปซัพพอร์ทอยู่ คือต้องไปสัมภาษณ์กะที่นู่น ถ้าได้ก็ทำที่นั่น นั่งบีทีเอส นั่งเรือ นั่งรถเมล์ กว่าจะถึง ไปถึงก่อนมานั่งรอ กดดันอีก ยิ่งรอยิ่งกดดัน อึดอัด
พอมาตอนแรกมาสองคน คนมีสิทธ์เปิดเอกสารยังไม่มา ก็ถามนั่นนี่ ทำอะไรมาบ้าง ให้เล่า ทำอะไรได้บ้าง แบบไหน ยังงัย ก็มี วัดความรู้ ต้อน จี้ เยอะ ยิ่งคนที่สามมา ถามแบบ กดดันมาก ตอบตะกุกตะกัก เหนื่อยมาก พอจบก็ไหว้ ก็ขอบคุณค่ะ รีบออกมาเลย อึดอัด เหนื่อยมาก คิดว่าไม่ได้หรอก ถึงได้ก็ไม่อยากทำ อึดอัด องค์กรใหญ่ เรากดดัน เครียด ไม่ไหว
 
- มีอีกที่ เป็นบริษัทยา ตึกไม่สูง มีโรงงาน มีอะไรไม่รู้เยอะแยะ ออฟฟิศจะอยู่ด้านใน มีที่ขายยาอะไรด้วย แปลกดี ไม่เคยเจอ เข้าไป แจ้งที่เคาน์เตอร์ รอนานมาก แล้วให้กรอกเอกสารมากมาย ให้ทำเทสต์ แต่รู้สึกว่าง่าย ภาษาอังกฤษก็ง่าย พอเค้าเรียกไปสัมภาษณ์ ก็แอบเห็นคะแนน ถามไม่เยอะ เล่าๆไป เค้าก็แบบ พี่เข้าใจๆ ท่าทางนี่ได้แน่ๆอ่ะ ล่ะทีนี้ ฝั่งไอทีให้คำถามมาแล้วให้เขียนเทสต์ เสร็จเข้าไปสัมภาษณ์ คือแบบ ก็ถามนั่นนี่ มาลำบากมั้ย บ้านอยู่ไหน เรื่องทำงาน อะไรยังงัย มีลองภูมิบ้าง ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง ผิดถูกก็ไม่รู้ บางทีมันเป็นคำถามตอนปี 1 งี้ แต่สุดท้ายเค้าก็บอกว่าลักษณะงานที่ทำมา ไม่ตรงกับที่นี่ เชิงว่าเราทำไม่ได้ไม่เหมาะไรแบบนั้น ก็บอกว่าเดี๋ยวจะคุยกะฝ่ายบุคคลอีกที เราก็มีcandidate อีกหลายคน เราก็ค่ะ ขอบคุณค่ะ ออกมา เศร้าเลย ไกลก็ไกล ลำบาก เสียเวลาเสียค่ารถอีก
 
- ที่นี่ มีตัวย่อสามตัว เป็นบริษัทญี่ปุ่น hr ดีมาก ใจดีมาก ไปถึงก็ให้นั่งรอให้ห้อง ให้กรอกเอกสาร เค้าก็บอกว่ากรอกให้ได้เยอะที่สุด ให้รายละเอียดเยอะที่สุด มีให้ทำ paper test ก็บอกว่าทำให้ได้เยอะที่สุดนะ แต่มันเป็นเพียงส่วนนึง เพราะพี่ก็ดูจากอะไรหลายๆอย่าง ก้ให้เวลาสองชั่วโมง พอเสร็จ ก็นั่งรอ แล้วก็มีพี่ผญเป็นลีดเข้ามากับพี่คนเดิม ก็สัมภาษณ์  เล่าว่าทำอะไรมาบ้าง นั่นนี่ ก็ถามว่า ทำไม ถึงออกจากที่เดิมที่ๆสาม ไรงี้ ถามว่า แต่รู้สึกผ่อนคลาย มีขำกันบ้าง คำพูดก็จะแบบ พอเราผ่อนคลาย เราก็แบบ เอาจริงๆเลยนะคะ หรือบางทีพี่ผญ.ถามมา พี่hrกับเราก็พูดขึ้นมาพร้อมกันว่า นั่นแหละคือสิ่งที่หนูต้องการ ก็ขำกันไป hr ก็อธิบายเรื่องผลตอบแทน เรื่องที่เรากังวล แล้วก็ออกมา เค้าก็บอกว่าไปคิดดีดีว่าอยากทำงานนี้มั้ย แล้วจะติดต่อกลับไป
 
- แล้วก็มาที่เดิมอีกวัน เพราะเค้าติดต่อกลับไปว่าเค้าโอเค แต่ต้องไฟนอลกับทางญี่ปุ่น ก็ไปถึงนั่งรอ เพราะเค้าติดประชุม แล้วอยู่ๆเค้าก็เดินเข้ามา เราก็สวัสดีค่ะ ก็ยิ้มให้ พี่hrก็วิ่งตามเข้ามา เค้าก็ถามๆ วัดความรู้บ้าง คือภาษาไทยเค้าก็ไม่ชัด ภาษาอังกฤษก็งง ฮืออออออออ เค้าถามเสร็จ สองคนก็จะหันไปญี่ปุ่นใส่กัน สุดท้ายบอกว่า จะพิจารณานะครับ เราก็ไหว้ๆ ขอบคุณค่ะ เค้าก็ยิ้มให้ ต่างจากตอนสัมภาษณ์มาก
แต่ออกมาเศร้าเลยแบบไม่ได้แน่ๆ คือแบบบางทีอธิบายตั้งนาน เค้าก็จะ เข้าใจล่ะบางทีก็ขำๆงี้
ล่ะถามมาคำนึง อึ้งมาก "อายุยี่สิบเจ็ดแล้วทำไมยังไม่มีลูกน้องอีก" แบบ ห๊ะ อะไร พี่hrก็ช่วยๆตอบแหละ
สรุปได้ซะงั้น ==
 
 
เราก็ไม่รู้ว่าหลักการจริงๆคืออะไร คิดว่า ก็พยายามเป็นตัวเอง ตอบความจริงเตรียมความรู้ไปบ้าง สามารถบอกได้ว่าเราอะไรได้บ้าง พร้อมจะทำอะไร บางทีก็มีให้บอกข้อดีข้อเสียของตัวเอง อันนี้ก็ยากพอสมควร เพราะไม่รู้ว่ามันจะกระทบกับงานมั้ย แต่คิดว่าตอบตามความเป็นจริงที่เป็นนิสัยเรามากที่สุดน่าจะดี
 
 
จบจ๊ะ.